ประวัติของกลองชุด

กลองชุดเป็นชื่อเรียกภาษาไทย มีความหมายถึง กลองหลายใบ ภาษาอังกฤษ ใช้ Team Drum หรือ Jazz Drum ทั้งสองชื่อมีความหมายเหมือนกัน คือ การบรรเลงกลอง ครั้งละหลายใบ คำว่า “แจ๊ส (Jazz) หมายถึง ดนตรีแจ๊ส ซึ่งใช้กลองชุดร่วมบรรเลง จึงเรียกว่า Jazz Drum และยังมีชื่อเรียกกลองชุดเป็นภาษาอังกฤษ ว่า Dance Drumming หมายถึงกลองชุดใช้บรรเลงจังหวะเต้นรำ

🥁🥁 กลองชุดประกอบด้วย กลองลักษณะต่าง ๆ หลายใบ และฉาบหลายอันมารวมกัน โดยใช้ผู้บรรเลงเพียงคนเดียว กลองชุดนี้ตามประวัติของดนตรีไม่ปรากฏว่าได้เข้าร่วมบรรเลงกับวงดนตรีดุริยางค์สากล ซึ่งเป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ แต่ใช้บรรเลงร่วมกับวงดนตรีแจ๊ส และวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีน้อยชิ้นบรรเลงได้แก่ วงคอมโบ้ (Combo) วงสตริงคอมโบ้ (String Combo) ฯลฯ

🥁🥁 คนตีกลองพยายามปรับปรุงวิธีการบรรเลง โดยบรรเลงตามจังหวะที่ได้ยินแล้วนำมาปรับปรุงโดยการคิดค้นระบบใหม่ขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นระบบที่ได้ริเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก โดยการบันทึกอัตราส่วนของจังหวะกลองในบทเพลง การบันทึก บทเพลงนั้นประกอบด้วย ทำนองเพลง การประสานเสียงและจังหวะ ทำให้ดนตรีมีการประสานเสียงกลมกลืน เพิ่มความไพเราะมากยิ่งขึ้น การริเริ่มพัฒนากลองชุดเป็นครั้งแรก โดยเริ่มต้นจากบทเพลงจังหวะวอลซ์ (Waltz)

ในช่วง ค.ศ. 1890 ถึง ค.ศ. 1910 นักตีกลองชุดเริ่มแยกออกจากแบบดั้งเดิม พยายามที่จะแสดงออกถึงความรู้สึกที่เป็นอิสระของดนตรี แทนแบบเก่าที่มีแบบแผนบังคับ ให้ปฏิบัติตามการแสดงถึงความก้าวหน้าของนักตีกลองชุดคือ จะเติมความสนุกสนานลงในช่วงปลายประโยคเพลง

🥁🥁 ปี ค.ศ. 1910 ถึง ค.ศ. 1920 จังหวะ แร็กไทม์ (Ragtime) ได้รับความนิยมมากเพราะเป็นจังหวะใหม่และน่าตื่นเต้น ลักษณะจังหวะแร็กไทม์ เป็นจังหวะเร็ว และรวบรัดชวนให้เต้นรำสนุกสนาน เป็นที่ชื่นชอบของชนชาวผิวดำ แต่นักตีกลองส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนรุ่นเก่าปฏิเสธของใหม่ โดยตระหนักถึงรูปแบบจังหวะของดนตรีอิสระ และเรียกพวกนักตีกลองชุดจังหวะ แร็กไทม์ว่า “ของปลอม” เพราะบรรดานักตีกลองชุดรุ่นใหม่บรรเลงโดยการใช้ความจำและบรรเลงอย่างใช้อิสระโดยไม่ใช้โน้ตเพลง

ต้นศตวรรษที่ 20 ปี ค.ศ. 1920 ดนตรีแจ็สเริ่มได้รับความนิยมอย่างช้าๆ บรรดานักตีกลองชุดรุ่นเก่าที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงการบรรเลงจำต้องยอมพ่ายแพ้แก่นักตีกลองชุดรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียง จังหวะการบรรเลงค่อยๆเริ่มเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและรสนิยมของผู้ฟัง แต่อย่างไรก็ตาม นักตีกลองจะต้องทราบเกี่ยวกับการรัวการทำเสียงให้สั่นสะเทือน

ต่อมาในปี ค.ศ. 1928 ถึง ค.ศ. 1935 เป็นยุคของซิมโพนิค-แจ๊ส (Symphonic- Jass) จังหวะของดนตรีมีทั้งจังหวะเร็วและช้า การบรรเลงจังหวะช้านั้น เริ่มมีการใช้แปรงลวด (Wirebrushes) หรือภาษานักตีกลองเรียกว่า “แซ่”

🥁🥁 ปี ค.ศ. 1935 จังหวะแบบใหม่ที่มีชื่อว่า สวิง (Swing) เริ่มแพร่หลายช่วงตอนต้นของปี บทเพลงทุกเพลงต้องมีกลองชุดเข้าร่วมบรรเลงด้วยเสมอ นับเป็นครั้งแรกที่นักตีกลองชุดเข้าถึงจุดสุดยอด ซึ่งมีความสำคัญมาก จัดอยู่ในระดับสูงสุด เพราะไม่มีงานไหนจะสมบูรณ์แบบถ้าขาดกลองชุดและการบรรเลงเดี่ยว (Solo) ถึงขนาดนักตีกลองชุดที่เก่งๆมีชื่อเสียงนำชื่อของตนเองมาตั้งเป็นชื่อของวงดนตรี ในยุคนี้จึงถือว่าเป็นยุคของนักตีกลองชุดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง รสนิยมของบุคคลทั่วไปเริ่มเปลี่ยนแปลง ดนตรีแบบคอมโบ้ (Combo) เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นักตีกลองเริ่มเบื่อหน่ายการบรรเลงจังหวะเก่าๆ มีการริเริ่มจังหวะใหม่ๆ โดยใช้กลองใหญ่ช่วยเน้นจังหวะ เรียกว่า บ๊อพ (Bop) หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ยุคของการบรรเลงด้วยนิ้วมือ (Finger Drumming Techinque) คือการบรรเลงด้วยเทคนิคที่ใช้นิ้วมือปฏิบัติทั้งสองข้าง โดยใช้ไม้ตีกลองมือขวา ตีฉาบด้านขวามือ ซึ่งเป็นการรักษาจังหวะให้มั่นคงแน่นอน แล้วเปลี่ยนมือขวามาตีไฮแฮท (Hi Hat) อยู่ด้านซ้ายมืออย่าง

🥁🥁🥁 ต่อเนื่อง เท้าขวาเหยียบที่กระเดื่องกลองใหญ่เน้นเสียงหนักแน่นมั่นคง มือซ้ายตีกลองเล็กและฉาบอย่างอิสระโดย การเน้นเสียง เช่น การตีเน้นเสียงที่ริมขอบกลอง หรือ การตีหนักๆที่กลางกลอง ผู้ที่มีเทคนิคการบรรเลงด้วยนิ้วมือได้ดี คือ โจ โจนส์ (JO JONES) โจนส์ใช้มือขวาตีที่หัวฉาบมือซ้ายตีขอบฉาบอย่างชำนาญและเชี่ยวชาญ

🥁 อันนี้ก็เป็นประวัติคร่าว ๆ ของกลองชุดนะครับ เห็นไหมครับว่าประวัติดูน่าสนใจไม่น้อยเลย หากท่านใดสนใจจะรู้จักเครื่องดนตรีชนิดนี้เพิ่มขึ้นติดต่อกันเข้ามาได้เลยนะครับ 🥁

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Electric Guitar

Electric Guitar

Electric Guitar หรือ กีตาร์ไฟฟ้านั้นเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากในปัจจุบัน โดยจะเห็นได้จากวงดนตรีแทบทุกวงก็จะมีกีตาร์ไฟฟ้ารวมอยู่ด้วย ดังนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักกับเครื่องดนตรีชนิดนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า

Read More »
คุณสมบัติของนักดนตรีที่ดี 12 ข้อ

คุณสมบัติของนักดนตรีที่ดี 12 ข้อ

การขยันขันแข็งในการฝ้กซ้อม จะช่วยให้มีความคล่องตัว ช่วยเพิ่มพูนฝีมือ เพิ่มพูนความเข้าใจ เพิ่มพูนความเร็ว การขยันฝึกซ้อมนั้น จะต้องทำให้เป็นนิสัย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้เก่งแล้ว ก็ยังต้องหมั่นฝึกซ้อมอยู่เสมอ

Read More »
วิธีดูแลร่างกายสำหรับนักดนตรีเครื่องเป่า

วิธีดูแลร่างกายสำหรับนักดนตรีเครื่องเป่า

วันนี้ผู้เขียนขอมานำเสนอวิธีการดูแลร่างกายให้พร้อมกับการเล่นดนตรีสำหรับนักเล่นเครื่องเป่ากันบ้างครับ จะมีอะไรนั้น ลองมาอ่านกันต่อเลย

Read More »
3 วิธีคิดที่ทำให้คุณเป็นนักดนตรีที่ดีขึ้น

3 วิธีคิดที่ทำให้คุณเป็นนักดนตรีที่ดีขึ้น

บางครั้งเราจะเห็นได้ว่ามีนักเรียนดนตรีหรือแม้แต่นักดนตรีไม่น้อยที่ทุ่มเวลาวันละหลาย ๆ ชั่วโมงในการซ้อม แต่กลับกลายเป็นว่า ไม่พัฒนาไปไหนสักที ซึ่งในจุดนี้ผู้เล่นดนตรีอาจเปลี่ยนแปลงได้เพียงแค่ปรับทัศนคติและมุมมองต่อดนตรีเท่านั้นเอง ส่วนผู้เขียนจะมีวิธีใดมาแนะนำบ้างนั้น ลองไปอ่านต่อกันเลย

Read More »
วิธีซ้อมดนตรีที่ดีสำหรับเด็กเล็ก

วิธีซ้อมดนตรีที่ดีสำหรับเด็กเล็ก

สำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่เป็นเรื่องง่ายมากที่จะโฟกัสกับการซ้อมเป็นชั่วโมงหรือมากกว่านั้น แต่สำหรับเด็กเล็ก สมาธิในการซ้อมจะค่อนข้างจะจำกัดตามวัยของพวกเขา ดังนั้นวันนี้ผู้เขียนจะขอมาให้คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองที่ส่งลูก ๆ มาเรียนดนตรีว่า จะมีวิธีอย่างไรให้เขาซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Read More »
ทำไมเราถึงชอบฟังเพลงซ้ำๆ

ทำไมเราถึงชอบฟังเพลงซ้ำๆ

ผมมั่นใจว่าทุกคนคงจะเคยมีช่วงเวลาที่ฟังแต่เพลงโปรดเพลงหนึ่งซ้ำไปซ้ำมาไม่มีเบื่อสักที แต่เพราะอะไรกันนะทำให้เกิดความชอบในเพลงแบบนี้ขึ้น ใครอยากรู้มาอ่านกันเลย
ขอขอบคุณบทความดีๆ

Read More »
ห้องอัด bandmusic
JR2S
TOP SOLID
bn_thebandmusic 1
FG800 (all colours)